[x] ปิดหน้าต่างนี้
 

                                
 
 

  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ไวรัสโคโรนา : ที่มา อาการ การรักษาและป้องกัน

พุธ ที่ 11 เดือน มีนาคม พ.ศ.2563


 

ไวรัสโคโรนา : ที่มา อาการ การรักษา และ การป้องกันโรคโควิด-19 หลังการระบาดเข้าเดือนที่ 3

Two girls pose in Piazza Duomo holding signs dedicated to March 8th women"s day on March 08, 2020 in Milan, ItalyImage copyrightGETTY IMAGES

นานาชาติกำลังเผชิญภัยคุกคามทางสาธารณสุขครั้งใหญ่ จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มจากจีน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยกระดับการเตือนภัยความเสี่ยงการระบาดไปทั่วโลกของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในระดับ "สูงมาก" ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยให้เหตุผลว่ายอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นและการลุกลามไปในประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่อง "น่ากังวลอย่างแท้จริง"

ข้อมูลจากจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดไปแล้วใน 117 ประเทศและดินแดนทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อกว่า 116,000 คน ทั้งได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 4,000 คน

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คืออะไร

โลกได้รับรู้เรื่องโรคติดต่อปริศนา หลังจากทางการจีนยืนยันเมื่อ 31 ธ.ค. 2019 ว่าเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากรกว่า 11 ล้านคน

โดยหลังจากเก็บตัวอย่างไวรัสจากคนไข้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ในเวลาต่อมาจีน และองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้คือ "เชื้อไวรัสโคโรนา"

ก่อนหน้านี้ พบไวรัสโคโรนามาแล้ว 6 สายพันธุ์ ที่เคยเกิดการระบาดในมนุษย์ สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดเป็นสายพันธุ์ที่ 7

คนไทยรู้จักไวรัสในตระกูลนี้มาแล้วจากโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome - SARS) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน โดยพบการระบาดครั้งแรกปลายปี 2002 เริ่มจากพื้นที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ก่อนที่จะแพร่กระจายไปในหลายประเทศ จนมีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 คน และคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 800 คนทั่วโลก

องค์การอนามัยโลก ประกาศชื่อที่เป็นทางการสำหรับใช้เรียกโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า "โควิด-ไนน์ทีน" (Covid-19)

ขณะที่คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยอนุกรมวิธานวิทยาของไวรัส (International Committee on Taxonomy of Viruses ) ได้กำหนดให้ใช้ชื่อไวรัสที่ทำให้เกิดโรค Covid-19 ว่า SARS-CoV-2 หรือไวรัสโคโรนาโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงชนิดที่สอง (Severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 ) เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมอย่างใกล้ชิดกับเชื้อไวรัสโรคซาร์ส

ภาพจำลองโครงสร้างของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019-nCoVImage copyrightCDC / SMITH COLLECTION / GADO
คำบรรยายภาพภาพจำลองไวรัสที่ทำให้เกิดโรค Covid-19 ซึ่งตอนนี้มีชื่อทางการว่า SARS-CoV-2

ที่มาของโรค

ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบชัดเจนถึงแหล่งกำเนิดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ก่อนหน้านี้มีการสันนิษฐานว่า ไวรัสชนิดนี้อาจเริ่มติดต่อจากสัตว์ป่ามาสู่คน โดยมีต้นตอของการแพร่ระบาดจากงูเห่าจีน (Chinese cobra) และงูสามเหลี่ยมจีน (Chinese krait) ที่นำมาวางจำหน่ายในตลาดสดเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นสถานที่พบผู้ติดเชื้อกลุ่มแรก ๆ

ทีมผู้วิจัยสันนิษฐานว่า งูอาจเป็นสัตว์ตัวกลางที่ส่งต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวมาสู่คน เนื่องจากงูพิษที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติล่าค้างคาวในถ้ำเป็นอาหาร แต่ก็ยังคงมีข้อสงสัยว่า ไวรัสโคโรนาสามารถปรับตัวให้อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ในร่างกายของทั้งสัตว์เลือดเย็นและสัตว์เลือดอุ่นได้อย่างไร

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ตัวนิ่ม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ชาวจีนเชื้อว่ามีสรรพคุณตามตำรายาแผนโบราณนั้น อาจเป็นพาหนะนำเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวมาแพร่สู่คนที่ตลาดค้าสัตว์ป่าเมืองอู่ฮั่น

นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวนิ่มซึ่งใช้ลิ้นตวัดกินมดและแมลงตามพื้นดินนั้นอาจได้รับเชื้อจากการสูดหายใจมูลค้างคาวที่ตกอยู่ตามพื้นดินเข้าไป

Woman coughingImage copyrightGETTY IMAGES

อาการ

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จะมีอาการเริ่มแรกคือ มีไข้ ตามมาด้วยอาการไอแห้ง ๆ หลังจากนั้นราว 1 สัปดาห์จะมีปัญหาหายใจติดขัด ผู้ป่วยอาการหนักจะมีอาการปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากอาการรุนแรงมากอาจทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว

ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า หากผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงการระบาดของโรคมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที

อาการ

ความรุนแรงของโรค

ปัจจุบันนักวิจัยประเมินว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 1,000 คน มีผู้เสียชีวิต ราว 5-40 คน หากจะระบุตัวเลขคาดการณ์ที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีกก็คือ 9 คน ในผู้ติดเชื้อ 1,000 คน หรือเกือบ 1%

ขณะที่นายแมตต์ ฮานค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร ระบุเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า "การประเมินที่ดีที่สุด" ของรัฐบาลคือ อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ "2% หรือ น่าจะต่ำกว่านั้น"

แต่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของอายุ เพศ สุขภาพโดยทั่วไป และระบบสาธารณสุขที่ผู้ป่วยเข้ารับบริการ

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลคนไข้ 56,000 คน ที่จัดทำขึ้นโดยองค์การอนามัยโลก บ่งชี้ว่า ผู้ได้รับเชื้อ 4 ใน 5 คน จะมีอาการป่วยไม่รุนแรง โดย :

  • 80% มีอาการไม่รุนแรง
  • 14% มีอาการรุนแรง
  • 6% มีอาการวิกฤต

ส่วนอัตราการเสียชีวิตอยู่ในระดับต่ำที่ 1-2%

หมอคนไข้Image copyrightEPA

เรามีความเสี่ยงแค่ไหน

ถ้าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ กลุ่มคนที่มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และอาจจะรวมถึงผู้ชายด้วย

การวิเคราะห์ขนาดใหญ่ครั้งแรกในผู้ติดเชื้อมากกว่า 44,000 ในประเทศจีน พบว่า อัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุสูงกว่าคนวัยกลางคนถึง 10 เท่า

อัตราการเสียชีวิตในคนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ต่ำที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิต 8 คนในจำนวนผู้ติดเชื้อ 4,500 คน

ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือปัญหาในการหายใจ มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนปกติอย่างน้อย 5 เท่า

และผู้ชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิงเล็กน้อย

ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อกันและกัน และเราก็ยังไม่เห็นภาพที่สมบูรณ์ของความเสี่ยงในคนแต่ละประเภทในแต่ละพื้นที่

ผลการวิเคราะห์จากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีน (CCDC) ชี้ว่า แม้อัตราการติดเชื้อโรคโควิด-19 ระหว่างชายและหญิงจะไม่ต่างกันมากนัก แต่อัตราการเสียชีวิตนั้นทิ้งห่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจำนวนคนไข้ชายที่เสียชีวิต 2.8% ในขณะที่คนไข้หญิงเสียชีวิต 1.7%

สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ชายเป็น "เพศอ่อนแอกว่า" ในเรื่องของภูมิต้านทานโรค แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบชัดว่าเหตุใดผู้หญิงจึงแข็งแกร่งกว่าผู้ชายในแง่นี้ ทั้งยังสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพดีกว่า และอยู่คงทนนานปีกว่าอีกด้วย

ผู้หญิงสวมหน้ากากImage copyrightREUTERS

เราจะป้องกันตัวได้อย่างไร

ปัจจุบันยังไม่ทราบชัดเจนว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายจากคนสู่คนได้อย่างไร แต่เชื้อไวรัสชนิดคล้ายกันแพร่ผ่านทางละอองของเหลวที่ออกมาจากการไอและจาม

คำแนะนำที่ดีที่สุดจาก องค์การอนามัยโลกคือ เราสามารถป้องกันตัวเองจากไวรัสที่ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจทุกชนิดได้ด้วยการล้างมือ เลี่ยงการเข้าใกล้คนที่ไอหรือจาม และพยายามอย่าสัมผัสใบหน้า ดวงตา จมูก และปาก

กราฟิก

สถานการณ์ในไทย

กระทรวงสาธารณสุขประกาศ "โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019" หรือ "โรคโควิด-19" เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.

กระทรวงสาธารณสุข รายงานยอดสะสมของผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ว่า อยู่ที่ 53 ราย โดยมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 19 ราย ส่วนผู้ป่วยอีก 33 รายรักษาหายแล้ว และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

หน้ากากป้องกัน เจลทำความสะอาด และเครื่องฟอกอากาศหลากชนิด กลายเป็นของหายาก ขาดแคลน หรือราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า โรงพยาบาลหลายแห่งเรียกร้องรัฐบาลให้ช่วยจัดหาหน้ากากอนามัยในเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ส่วนหน่วยงานรัฐหลายแห่งออกมาสอนให้คนทั่วไปเย็บหน้ากากผ้าไว้ใช้เอง

Presentational grey line

แผนที่การแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลก 11 มีนาคม ค.ศ. 2020

แผนที่นี้ใช้ข้อมูลที่องค์การอนามัยโลกบันทึกไว้เป็นระยะ และอาจจะไม่สะท้อนข้อมูลล่าสุดของแต่ละประเทศ

จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วทั้งหมด จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด
117,134 4,131
  จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้เสียชีวิต
จีน 80,879 3,023
อิตาลี 10,149 631
อิหร่าน 8,042 291
เกาหลีใต้ 7,513 54
ฝรั่งเศส 1,784 33
เยอรมนี 1,457 2
สเปน 1,024 35
สหรัฐอเมริกา 972 19
เรือสำราญ ไดมอนด์ พรินเซส 696 7
ญี่ปุ่น 514 9
นอร์เวย์ 400  
สหราชอาณาจักร 382 6
สวิตเซอร์แลนด์ 332 2
เนเธอร์แลนด์ 321 3
สวีเดน 248  
เบลเยียม 239  
สิงคโปร์ 160  
เดนมาร์ก 156  
ออสเตรีย 131  
มาเลเซีย 117  
บาห์เรน 109  
ออสเตรเลีย 92 3
กรีซ 89  
แคนาดา 77  
คูเวต 65  
อิรัก 61 6
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 59  
อียิปต์ 59 1
ไอซ์แลนด์ 55  
ไทย 53 1
ซานมาริโน 49 2
ไต้หวัน 45 1
อินเดีย 44  
เลบานอน 41  
ฟินแลนด์ 40  
อิสราเอล 39  
สาธารณรัฐเช็ก 38  
ฟิลิปปินส์ 33 1
เวียดนาม 31  
โปรตุเกส 30  
อินโดนีเซีย 27  
เวสต์แบงก์ 26  
บราซิล 25  
ไอร์แลนด์ 24  
สโลวีเนีย 23  
แอลจีเรีย 20  
โอมาน 18  
กาตาร์ 18  
โรมาเนีย 17  
ปากีสถาน 16  
โปแลนด์ 16  
เอกวาดอร์ 15  
จอร์เจีย 15  
ซาอุดีอาระเบีย 15  
ชิลี 13  
โครเอเชีย 12  
ฮังการี 12  
อาร์เจนตินา 12 1
เอสโตเนีย 10  
อาเซอร์ไบจาน 9  
เปรู 9  
เบลารุส 9  
คอสตาริกา 9  
ลัตเวีย 8  
อดีตสาธารณรัฐยูโกสลาเวียแห่งมาซิโดเนีย 7  
เม็กซิโก 7  
สโลวาเกีย 7  
แอฟริกาใต้ 7  
รัสเซีย 7  
แอลเบเนีย 6  
มัลดีฟส์ 6  
เฟรนช์เกียนา 5  
ลักเซมเบิร์ก 5  
นิวซีแลนด์ 5  
สาธารณรัฐโดมินิกัน 5  
บัลแกเรีย 4  
เซเนกัล 4  
อัฟกานิสถาน 4  
มอลตา 4  
บังกลาเทศ 3  
กัมพูชา 3  
โคลอมเบีย 3  
แคเมอรูน 2  
หมู่เกาะแฟโร 2  
มาร์ตีนิก 2  
โมร็อกโก 2  
ไนจีเรีย 2  
เซนต์มาร์ติน (ส่วนของฝรั่งเศส) 2  
ตูนิเซีย 2  
ไซปรัส 2  
บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา 2  
มอลโดวา 1  
อาร์เมเนีย 1  
อันดอร์รา 1  
วาติกัน 1  
จอร์แดน 1  
ลิกเตนสไตน์ 1  
ลิทัวเนีย 1  
โมนาโก 1  
เนปาล 1  
ปารากวัย 1  
ภูฏาน 1  
แซ็ง-บาร์เตเลมี 1  
เซอร์เบีย 1  
ศรีลังกา 1  
โตโก 1  
ยููเครน 1  
เกิร์นซีย์ 1  
ปานามา 1  
มองโกเลีย 1  
บรูไน (ดารุสซาลาม) 1  
ยิบรอลตาร์ 1  

ที่มา: องค์การอนามัยโลก

ข้อมูล 11/3/2020 7 นาฬิกา 50 นาที 00 วินาที GMT+7 ล่าสุด



เข้าชม : 43


ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 อันดับล่าสุด

      29 กรกฎาคม วันภาษาไทยแห่งชาติ 29 / ก.ค. / 2563
      วันเข้าพรรษา 2563 2 / ก.ค. / 2563
      9 มิถุนายน วันอานัทมหิดล 7 / มิ.ย. / 2563
      5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลก 4 / มิ.ย. / 2563
      30 อาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพช่วยควบคุมน้ำหนัก 28 / เม.ย. / 2563